กรุงเทพฯ 2 พฤศจิกายน 2569 – ONSENS เดินหน้ายกระดับธุรกิจสุขภาพและความงาม จับมือ KLAI สปาไทยร่วมสมัย และ SAN แบรนด์เครื่องหอมจากสงขลา เปิดมิติใหม่แห่งการผ่อนคลายผ่านแนวคิด “Elevated Thai Spa” ผสานศาสตร์การนวดไทย กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย และแรงบันดาลใจจากศิลปะโนราห์ สร้างประสบการณ์ Wellness เฉพาะบุคคลภายใต้แนวคิด “Pause. Observe. Reconnect.” ชวนคนยุคใหม่หยุดพักจากความเร่งรีบ ฟื้นคืนความสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสุขภาพ
ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ธุรกิจสปาไทยกำลังขยายบทบาทจากบริการเพื่อความงามและการผ่อนคลาย สู่การสร้างประสบการณ์ดูแลสุขภาวะที่เชื่อมโยงทั้งร่างกาย จิตใจ และประสาทสัมผัส ล่าสุด บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS ประกาศความร่วมมือระหว่าง KLAI สปาไทยร่วมสมัยในเครือ และ SAN แบรนด์เครื่องหอมและงานออกแบบจากจังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาบริการสปารูปแบบใหม่ที่นำอัตลักษณ์ภาคใต้มาเชื่อมโยงกับศาสตร์การนวดไทยและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งนำเสนอประสบการณ์ Elevated Thai Spa ที่ให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการออกแบบกลิ่นหอมเฉพาะตัว ก่อนเข้าสู่โปรแกรมนวดและผ่อนคลาย โดยใช้แนวคิดการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์
เมื่อกลิ่นหอมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาวะ
นายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONSENS เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนยกระดับบริการภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
สำหรับการผนึกกำลังระหว่าง KLAI และ SAN เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มาต่อยอดร่วมกัน โดย KLAI มีความเชี่ยวชาญด้านเดย์สปาและการประยุกต์ศาสตร์การนวดไทยโบราณเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ ขณะที่ SAN มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์กลิ่นหอมและงานออกแบบที่สะท้อนเรื่องราวของท้องถิ่น
เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาบริการสปาที่ไม่ได้มุ่งเพียงการผ่อนคลายทางกาย แต่ยังให้ความสำคัญกับความรู้สึก ความทรงจำ และประสบการณ์เฉพาะบุคคล เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต
กลิ่นหอมจากสงขลา เชื่อมความทรงจำกับประสบการณ์ Wellness
นายกอบลาภ ไทยทัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาน เมซง จำกัด กล่าวว่า SAN เป็นแบรนด์เครื่องหอมร่วมสมัยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดสงขลา โดยนำแรงบันดาลใจจากสถานที่ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มาถ่ายทอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่มีเอกลักษณ์
การร่วมงานกับ KLAI จึงเป็นโอกาสในการขยายบทบาทของกลิ่นหอม จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สู่ประสบการณ์การผ่อนคลายที่ผู้ใช้บริการสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ด้วยตนเอง
ในมุมของการดูแลสุขภาวะ กลิ่นหอมสามารถมีบทบาทในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อความรู้สึกผ่อนคลายและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ โดยการตอบสนองต่อกลิ่นอาจแตกต่างกันไปตามประสบการณ์และความชอบของแต่ละบุคคล
แนวทางดังกล่าวจึงสอดคล้องกับการออกแบบบริการ Wellness ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคล มากกว่าการใช้รูปแบบเดียวกันกับผู้ใช้บริการทุกคน
♀️ เปิดประสบการณ์ 90 นาที ผสานนวดไทย–น้ำมันหอมระเหย–ศิลปะโนราห์
นายธีติ พฤกษ์อุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาน เมซง จำกัด เปิดเผยว่า จุดเด่นของบริการที่พัฒนาร่วมกันคือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสร้างสรรค์กลิ่นเฉพาะตัว ผ่านกิจกรรมผสมน้ำมันนวดจาก Essential Oils ของ SAN ก่อนนำไปใช้ในโปรแกรมนวดระยะเวลา 90 นาที
โปรแกรมดังกล่าวผสมผสานการนวดไทย การนวดน้ำมัน และเทคนิคการยืดเหยียดไว้ในบริการเดียว พร้อมนำความอ่อนช้อยของศิลปะการรำโนราห์ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบท่าทางและการเคลื่อนไหวร่างกาย
การนำศิลปะโนราห์มาประยุกต์ใช้จึงไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์ให้บริการ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ด้านสุขภาวะในรูปแบบร่วมสมัย
สำหรับการนวดและการยืดเหยียดอย่างเหมาะสม อาจช่วยส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อบางส่วนได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และบริการสปาไม่ใช่การทดแทนการรักษาทางการแพทย์
♀️ “Pause. Observe. Reconnect.” หยุดพัก สังเกต และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเอง
หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่แนวคิด “Pause. Observe. Reconnect.” ซึ่งสะท้อนการดูแลสุขภาวะผ่าน 3 กระบวนการ ได้แก่
Pause – หยุดพัก จากความเร่งรีบและความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย
Observe – สังเกตและรับรู้ ความรู้สึกของตนเองผ่านกลิ่นหอม การสัมผัส และการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างมีสติ
Reconnect – กลับมาเชื่อมโยง กับร่างกาย ความรู้สึก และความต้องการของตนเอง เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งการดูแลตัวเองอย่างมีความหมาย
แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแสการดูแลสุขภาพองค์รวมที่ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน การจัดการความเครียด และการสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิต ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกาย
ต่อยอดภูมิปัญญาไทย สู่เศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิง Wellness
อีกหนึ่งมิติที่น่าจับตามองคือการนำทุนทางวัฒนธรรมของภาคใต้มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจบริการสุขภาพ ผ่านความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการสปาและแบรนด์เครื่องหอมไทย
การผสมผสานศาสตร์การนวดไทย ศิลปะโนราห์ กลิ่นหอม และงานออกแบบร่วมสมัย ช่วยสร้างความแตกต่างให้ประสบการณ์สปาไทย พร้อมเปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มองหาบริการด้านสุขภาวะซึ่งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
ONSENS มองว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยขยายฐานลูกค้าระดับบนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจสปาไทยผ่านเครือข่ายบริการที่มุ่งเน้นมาตรฐานและคุณภาพ
ความร่วมมือ KLAI X SAN จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของธุรกิจ Wellness ไทย ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงความหรูหราหรือรูปแบบบริการ แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคล ความผ่อนคลาย และการเชื่อมโยงคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้ากับการดูแลสุขภาวะ
เพราะในโลกที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ การมีช่วงเวลาได้หยุดพัก รับรู้ความรู้สึกของตนเอง และกลับมาใส่ใจสุขภาพ อาจเป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหา
#ONSENS #KLAI #SAN #KLAIXSAN #ElevatedThaiSpa #Wellness #Wellbeing #ThaiSpa #สุขภาพองค์รวม #สปาไทย #นวดไทย #ศิลปะโนราห์ #สงขลา #ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ #บางกอกทูเดย์ #BangkokToday